Google Pagerank คืออะไร ?

On กรกฎาคม 31, 2009, in SEO, by suthamas
5

Google PageRank คือวิธีการวัดความสำคัญของเว็บเพจนับล้านๆ เว็บเพจบนอินเทอร์เน็ต โดยมีตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 10 ยิ่งตัวเลขยิ่งสูง PageRank ก็ยิ่งสูง นั่นหมายความว่าเว็บไซต์นั้นๆมีโอกาสได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่าเว็บไซต์ที่มี PageRank ต่ำกว่า

จะสามารถตรวจสอบค่า Pagerankได้อย่างไร ?
ค่า Pagerankสามารถตรวจสอบได้โดยใช้ Google Toolbar (สามารถ Download ได้ที่ http://toolbar.google.com/) ใช้ได้กับทั้ง Microsoft Internet Explorer และ Mozilla FireFox ซึ่งเมื่อติดตั้งแล้วจะมีแถบวัดค่า Pagerank แสดงผลลัพธ์ของแต่ละหน้า เมื่อเรียกดูหน้าเว็บเพจนั้น ๆ ผ่านโปรแกรม Web Browser

Google คำนวณค่า PR อย่างไร ?

ค่า PR ถูกคำนวณ โดยจำนวนลิงก์ของเว็บไซต์อื่นๆ ที่เชื่อมลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ (Inbound Link) ทั้งนี้คำนึงถึงคุณภาพ (คุณภาพของลิงก์หมายถึง เว็บเพจที่ลิงก์มาหาคุณมีความเกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาใน เว็บไซต์ของคุณ ) และค่า PR ของเว็บไซต์ที่ลิงก์มายังเว็บไซต์คุณด้วย ยิ่งเว็บไซต์ที่ลิงก์มาหาคุณมี PR สูงๆ ค่า PR ของเว็บคุณก็มีแนวโน้มที่จะสูงตามไปด้วย ค่า PageRank นั้นใช้วิธีการเดียวกับระบบการโหวต หนึ่งลิงก์ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งมีค่า PR สูงเท่าใด Google ยิ่งเห็นความสำคัญของเว็บเพจนั้นๆมากยิ่งขึ้น และหากมีลิงก์มาจำนวนมากลิงก์มายังเว็บไซต์คุณ ค่า PR เว็บคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ทำอย่างไรจึงจะได้ Pagerank คะแนนสูง ๆ
Google มีการเปลี่ยนแปลงอัลกอลิธึมต่าง ๆ อยู่เสมอ และไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับสูตรการคิดคำนวนค่าคะแนน Pagerank ของหน้าเว็บเพจว่าคำนวนคะแนนอย่างไร แต่จากที่สังเกตในกลุ่มผู้สนใจ SEO ต่างมีความเชื่อว่าการทำเว็บให้เหมาะสมกับ Factor ต่าง ๆ ส่งผลให้ค่า Pagerank สูงขึ้น  โดยเฉพาะ Link Popularity ที่เป็นหัวใจของ การทำ SEO ถ้าได้ Backlinks จากหน้าเว็บเพจที่มีค่าคะแนน Pagerank สูง จะส่งผลให้คะแนน Pagerank ของหน้าที่ถูก Links สูงขึ้นตามไปด้วย

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:
Tagged with:
 

ประเภทของ Search Engine

On กรกฎาคม 28, 2009, in SEO, by suthamas
1

ทำไมเราต้องทำความรู้จักกับประเภทของ Search Engine หากคุณเกิดคำถามนี้ขึ้นในใจ นั่นหมายความว่า คุณยังไม่รู้จัก การ Search Engine ดีพอ เพราะวิธีการ และการจัดเก็บข้อมูลของแต่ละ Search Engine แตกต่างกันไปตามแต่ประเภทของ Search Engine ที่แต่ละเว็บไซต์นำมาใช้เก็บรวบรวมข้อมูล

โดย Search Engine มี3ประเภทด้วกัน ซึ่งแต่ละประเภทมีหลักการทำงานที่ต่างกัน และ การจัดอันดับการค้นหาข้อมูลก็ต่างกันด้วย

เพราะมีลักษณะการทำงานที่ต่างกัน ทำให้ โดยทั่ว ๆ ไปแล้วจะมีการแบ่งออกเป็นหลาย ๆ  ประเภทด้วยกัน แต่ที่พอสรุปได้ก็มีเพียง3 ประเภทหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

    ประเภทที่ 1 Crawler Based Search Engines
    Crawler Based Search Engines คือ เครื่องมือการค้นหาบนอินเตอร์เน็ตแบบอาศัยการ

    บันทึกข้อมูล และ จัดเก็บข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นจำพวก Search Engine ที่ได้รับความ

    นิยมสูงสุด เนื่องจากให้ผลการค้นหาแม่นยำที่สุด และการประมวลผลการค้นหาสามารถทำ

    ได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีบทบาทในการค้นหาข้อมูลมากที่สุดในปัจจุบัน

    โดยมีองประกอบหลักเพียง 2 ส่วนด้วยกันคือ

    1. ฐานข้อมูล โดยส่วนใหญ่แล้ว Crawler Based Search Engine เหล่านี้จะมีฐานข้อมูลเป็น

    ของตัวเอง ที่มีระบบการประมวลผล และ การจัดอันดับที่เฉพาะ เป็นเอกลักษณ์ของตนเองอย่างมาก

    2. ซอฟแวร์ คือเครื่องมือหลักสำคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่งสำหรับ Serch Engine ประเภทนี้

    เนื่องจากต้องอาศัยโปรแกรมเล็ก ๆ (ชนิดที่เรียกว่า จิ๋วแต่แจ๋ว) ทำหน้าที่ในการตรวจหา

    และ ทำการจัดเก็บข้อมูล หน้าเพจ หรือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ในรูปแบบ ของการทำสำเนาข้อมูล

    เหมือนกับต้นฉบับทุกอย่าง ซึ่งเราจะรู้จักกันในนาม Spider หรือ Web Crawler หรือ Search Engine Robots

    ตัวอย่างหนึ่งของ Crawler Based Search Engine ชื่อดัง http://www.google.com

    Crawler Based Search Engine ได้แก่ Google , Yahoo, MSN, Live, Search, Technorati (สำหรับ blog) ส่วนลักษณะการทำงาน และ การเก็บข้อมูงของ Web Crawler หรือ Robot หรือ Spider นั้นแต่ละแห่งจะมีวิธีการเก็บข้อมูล และการจัดอันดับข้อมูลที่ต่างกัน

    ประเภทที่ 2 Web Directory หรือ Blog Directory

    Web Directory หรือ Blog Directory คือ สารบัญเว็บไซต์ที่ให้คุณสามารถค้นหาข่าวสารข้อมูล ด้วย

    หมวดหมู่ข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน ในปริมาณมาก ๆ คล้าย ๆ กับสมุดหน้าเหลืองครับ ซึ่งจะมี

    การสร้าง ดรรชนี มีการระบุหมวดหมู่ อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ตาม

    หมวดหมู่นั้น ๆ ได้รับการเปรียบเทียบอ้างอิง เพื่อหาข้อเท็จจริงได้ ในขณะที่เราค้นหาข้อมูล

    เพราะว่าจะมีเว็บไซต์มากมาย หรือ Blog มากมายที่มีเนื้อหาคล้าย ๆ กันในหมวดหมู่เดียวกัน ให้เรา

    เลือกที่จะหาข้อมูลได้ อย่างตรงประเด็นที่สุด (ลดระยะเวลาได้มากในการค้นหา) ซึ่งผมจะขอ

    ยกตัวอย่างดังนี้

    ODP Web Directory ชื่อดังของโลก ที่มี Search Engine มากมายใช้เป็นฐานข้อมูล Directory

    1.ODP หรือ Dmoz ที่หลายๆ คนรู้จัก ซึ่งเป็น Web Directory ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Search Engine

    หลาย ๆ แห่งก็ใช้ข้อมูลจากที่แห่งนี้เกือบทั้งสิ้น เช่น Google, AOL, Yahoo, Netscape และอื่น ๆ อีก

    มากมาย ODP มีการบันทึกข้อมูลประมาณ 80 ภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทยเราด้วยครับ

    (URL : http://www.dmoz.org )

    2. สารบัญเว็บไทย SANOOK ก็เป็น Web Directory ที่มีชื่อเสียงอีกเช่นกัน และเป็นที่รู้จักมากที่สุด

    ในเมืองไทย (URL : http://webindex.sanook.com )

    3. Blog Directory อย่าง BlogFlux Directory ที่มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับบล็อกมากมายตามหมวดหมู่

    ต่าง ๆ หรือ Blog Directory อื่น ๆ ที่สามารถหาได้จาก Make Many แห่งนี้ครับ

    ประเภทที่ 3 Meta Search Engine

    Meta Search Engine คือ Search Engine ที่ใช้หลักการในการค้นหาโดยอาศัย Meta Tag ในภาษา

    HTML ซึ่งมีการประกาศชุดคำสั่งต่าง ๆ เป็นรูปแบบของ Tex Editor ด้วยภาษา HTML นั่นเองเช่น

    ชื่อผู้พัฒนา คำค้นหา เจ้าของเว็บ หรือ บล็อก คำอธิบายเว็บหรือบล็อกอย่างย่อ

    ผลการค้นหาของ Meta Search Engine นี้มักไม่แม่นยำอย่างที่คิด เนื่องจากบางครั้งผู้ให้บริการหรือ

    ผู้ออกแบบเว็บสามารถใส่อะไรเข้าไปก็ได้มากมายเพื่อให้เกิดการค้นหาและพบเว็บ หรือ บล็อกของ
    ตนเอง และ อีกประการหนึ่งก็คือ มีการอาศัย Search Engine Index Server หลายๆ แห่งมากประมวลผลรวมกัน จึงทำให้ผลการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ไม่เที่ยงตรงเท่าที่ควร.

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:
Tagged with:
 

Google Sandbox สิ่งที่ควรรู้

On กรกฎาคม 27, 2009, in SEO, by suthamas
0

Google Sandbox สิ่งที่ควรรู้สำหรับ Website เกิดใหม่

สำหรับคนที่จะทำ SEO (Search Engine Optimization) กับ Google จะต้องทำความรู้จักกับ Google Sandbox เสียก่อน ว่ามันคืออะไร เพราะว่าเว็บไซต์ที่เกิดใหม่ทุกเว็บจะต้องเข้าไปอยู่ในกล่องทรายแห่งนี้ เพื่อรอวันที่จะเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ในวันหน้า

Google Sandbox คือระบบกรองเว็บไซต์ที่ทาง Google ได้จัดทำขึ้นเพื่อทำการคัดกรองเว็บไซต์ด้วยคุณภาพที่เกิดขึ้นจำนวนมากในเวลาอันสั้น ซึ่งปัญหาหลักที่เขาได้ตระหนักถึงคือ มีเว็บจำนวนหนึ่งเป็นเว็บด้อยคุณภาพ หรืออาจจะไร้คุณภาพเลย เว็บจำพวกนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Spam หากทาง Google ปล่อยให้เว็บเหล่านี้อยู่ในฐานข้อมูลของเขา ก็เหมือนกับเก็บขยะเอาไว้ในบ้าน

ทาง Google Web Spam Team จึงได้จัดทำระบบที่มีชื่อว่า Google Sandbox Filter ซึ่งจะทำหน้าที่คัดกรองเว็บไซต์ดังกล่าวออกให้ได้มากที่สุด โดยเริ่มต้นเว็บที่พึ่งจัดทำใหม่ทุกเว็บ (ในที่นี้รวมถึง seounlock.com แห่งนี้ด้วย เพราะพึ่งจัดทำได้ไม่กี่วัน) เข้าไปอยู่ในกล่องทรายแห่งนี้ โดยจะทำการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดว่าเว็บเหล่านั้น เข้าข่ายเว็บมีปัญหาหรือไม่

ผลที่เกิดขึ้นสำหรับเว็บที่อยู่ใน Sandbox คือ อันดับของเว็บไซต์จากหน้าผลการค้นหาของ Google จะยังไม่ดีนัก จำนวนหน้าของการ Index จะยังมีไม่มาก และจะถูกเก็บลงฐานข้อมูลของ Google เพียงบางส่วน รวมถึงจำนวนลิงค์ที่เราควรจะได้รับจากเว็บที่ทำลิงค์เข้าหาเราจะยังไม่ครบ ถ้วน หรืออาจจะไม่พบเลย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่คนทำเว็บไซต์อย่างเราๆ ไม่ชอบแน่นอน

จะออกไปได้อย่างไร

รอ… รอ.. แล้วก็ รอ.. ค่ะ แต่ระหว่างรอนี่สิ อย่างที่บอกไว้ Sandbox Effect ก็คือ ” ช่วงทดลองงาน “ ทำดีก็ได้โปรโมท ทำไม่ถูกใจก็ทรงกับทรุด ฉะนั้น หน้าที่ของเราก็คือปรับแต่งเว็บให้เป็นมิตรกับ Google และ Search Engine อื่น ๆ เพิ่มจำนวน Link Popularity เช่น ขอฝากลิ๊งก์ หรือ แลกลิ๊งก์ กับเว็บต่างๆ ยิ่งเว็บที่มี PR สูง ๆ และ อยู่ในธุรกิจเดียวกันหรือใกล้เคียงกับเรายิ่งดี และที่สำคัญ อย่าลืมลงทะเบียนใน DMOZ ่ ถ้ามีชื่อใน web directory แห่งนี้ โอกาสที่ PR ของคุณจะกระโดดจาก ศูนย์ขึ้นไปสามหรือสี่ มีสูงเหมือนกัน

สำหรับ ผู้ที่กำลังวางแผนจะ Luanch เว็บเร็ว ๆ นี้ ไม่ต้องรอให้ทำเสร็จแล้วค่อยอัพโหลด แต่ให้ ทำเว็บเพจชั่วคราว ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับของจริงสัก 4 – 5 หน้า และอัพโหลดไปก่อน เพื่อให้ติด Google Sandbox Effect ไปก่อนเลย เพราะพอถึงเวลาอัพโหลดจริงแล้วก็ไม่ต้องรอนานเหมือนเว็บใหม่ที่สด ๆ ซิง ๆ

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:
Tagged with:
 

Google Adwords คืออะไร

On กรกฎาคม 24, 2009, in Google Adwords, by suthamas
1

Google Adwords คืออะไร

Google Adwords การทำโฆษณาแบบ Pay Per Click (PPC) ซึ่งเป็นการทำโฆษณาในรูปแบบหนึ่งของ Google Advertising คือ การทำโฆษณาบนหน้า Google ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ ซึ่งเมื่อคลิกที่โฆษณานั้นก็จะลิงก์ไปยังเว็บไซต์ ที่เรากำหนดไว้ได้ทันที ซึ่งคุณ จะเสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีคนคลิกเท่านั้น แต่ถ้าชมอย่างเดียว ไม่มีการคลิก ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยโฆษณาของคุณจะ ปรากฏตาม Keyword ที่คุณเลือก ซึ่งเว็บไซต์ของคุณจะต้อง อยู่ในส่วน Sponsored ของ Google สังเกตุจากเมื่อเราค้นหาอะไรซักอย่างจาก กูเกิล ผลที่ได้จากการค้นหาจะมีกรอบสี่เหลี่ยมอยู่ด้านบน และด้านขวาเสมอ

ข้อดีของการทำ Google Adwords (PPC)

(เพิ่มเติม…)

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:
Tagged with:
 

รู้จักกับ Search Engine Marketing

On กรกฎาคม 24, 2009, in SEO, by suthamas
0

ในทุกวินาที  ขณะที่เรากำลังใช้ชีวิตไปตามปกติ เว็บไซต์อย่าง เช่น Google, Yahoo!, Live.com ก็จะถูกเรียกใช้เพื่อค้นหาข้อมูลในทุก ๆ วินาทีเช่นกัน เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อเดียวบนโลกก็ว่าได้ ที่ทำงานโดยไม่มีการหลับใหลและไม่มีเขตแดนมาขวางกั้นการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เมื่อข้อมูลถูกเพิ่มขึ้นทุก ๆ วินาที มีคนใช้งานทุก ๆ เสี้ยววินาที จึงทำให้เว็บค้นหาข้อมูลกลายเป็นขุมทอง หรือบ่อน้ำมันของเหล่านักการตลาด

Search Engine Marketing หรือ SEM  จึงเกิดขึ้น เนื่องจากความสนใจข้างต้นบวกกับเว็บไซต์ที่เป็นเสิร์ชเอ็นจิ้นเอง จำเป็นต้องใช้เงินในการหล่อเลี้ยงให้เว็บไซต์ของตน สามารถเปิดต่อไปได้ ซึ่งทำให้เกิดรูปแบบของธุรกิจต่าง ๆ ขึ้น โดยหลัก ๆ นั้นจะมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน คือ

  • Pay-Per-Click สำหรับการทำตลาดรูปแบบนี้ จะเป็นการเลือกลงโฆษณาในเว็บไซต์ของ search engine เช่น Google, Yahoo! หรือ Bing ผู้ลงโฆษณาจะเสียเงินก็ต่อเมื่อมีผู้ใช้งานมาคลิกโฆษณาที่ลงไว้ใน search engine นั้น ๆ ซึ่งหากไม่มีผู้ใดคลิกโฆษณาที่ลงไว้ในเสิร์ชเอ็นจิ้น เราก็จะไม่เสียเงินให้แก่เสิร์ชเอ็นจิ้นเลยแม้แต่บาทเดียว ไม่ว่าโฆษณาของเราจะแสดงจำนวนกี่ร้อยกี่พันครั้งก็ตาม อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.seo.co.th/adwords.php
  • Search Engine Optimization หรือ SEO เป็นการจัดทำ, ปรับปรุง หรือปรับแต่งหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหา ซึ่งในส่วนนี้หากผู้ดูแล หรือผู้จัดทำเว็บไซต์ รู้วิธีการปรับปรุงก็สามารถจะติดอันดับดี ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.seo.co.th/seo.php
คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:

รู้จักกับ SEO

On กรกฎาคม 23, 2009, in SEO, by suthamas
0

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึงวิธีการ ในการทำตลาดบนอินเตอร์เน็ต หรือ Search Engine Marketing เป็นบริการที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับอยู่ในลำดับต้นๆของผลการค้นหา ด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) หรือคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของ คุณในส่วนของการแสดงผลลัพธ์ปกติของ Search Engine ซึ่งปรากฏทางด้านซ้ายของ Search Engine เมื่อเว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ จาก การค้นหาของ Search Engine ไม่ว่าจะเป็นหน้าแรก(อันดับ1-10)และไม่เกินหน้าที่สอง (หรือ อันดับ 11-20) จะได้รับการเข้าเยี่ยมชม บ่อยครั้งมากที่สุด ยิ่งอันดับสูงเท่าไรอัตรา การคลิกก็สูงเท่านั้น ทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักและสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ทำไมเราต้องทำ SEO ?

(เพิ่มเติม…)

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน: