Landing Page คืออะไร

On ตุลาคม 30, 2009, in Google Adwords, by suthamas
0

ถ้าจะตอบกันแบบบ้าน ๆ เลย Landing Page ก็คือ หน้าเว็บไซต์แรกที่คนจะเข้าไปเจอ เมื่อคลิกผ่านโฆษณาเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรานั่นเอง จะเห็นได้ว่าแปลตรง ๆ จากภาษาอังกฤษทั้ง 2 คำ คือ คำว่า Landing (ลงจอด) + Page (หน้าเว็บ)

ซึ่งจะตอบแบบง่าย ๆ ก็คือ หน้าเว็บไซต์ของเรานั่นเอง โดยเราได้นำหน้าเว็บไซต์หน้านี้ไปลงโฆษณากับ Google AdWords เพื่อ ให้ทุกคนที่คลิกผ่านโฆษณาของเรา จะต้องเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์หน้านี้ก่อนเสมอ

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:
Tagged with:
 

เมื่อเราทราบแล้วว่า Google Adwords คืออะไร และประโยชน์ของ Google Adwords มีอะไรบ้าง ทีนี้หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า Google จะเอาโฆษณาของเราไปแสดงที่ไหนบ้าง จะแสดงแค่ใน Google.com เท่านั้นหรือเปล่าหรือนอกเหนือจาก Google.com แล้วจะมีที่ไหนอีกบ้าง เราลองมาดูกันนะคะว่า Google เอาโฆษณาของเราไปแสดงที่ไหนบ้างค่ะ

1. Google Properties

โฆษณาของเราจะไปปรากฎบนสินค้าหรือบริการอื่นๆ ของ Google ซึ่งแต่ละอย่างก็มีผู้ใช้งานหลายล้านคนในแต่ละวัน เช่น Gmail, Froogle, YouTube เป็นต้น ซึ่งในทุก ๆ ที่ก็เช่นเดียวกับโฆษณาที่ปรากฏใน google.com ทาง Google จะทำการเลือกโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังสนใจอยู่ ไปให้ลูกค้าได้อ่านกันค่ะ

2. Search Network (เครือข่ายค้นหาข้อมูลของ Google)

โฆษณาของเราจะปรากฏบน Search Engine รายอื่นนอกเหนือจาก Google.com เหตุผลที่โฆษณาของเราไปปรากฏบน Search Engine เหล่านั้นได้ เป็นเพราะว่า Search Engine หลายแห่งไม่มี PPC หรือโปรแกรมโฆษณาเป็นของตนเอง ก็เลยมาใช้ของ Google ค่ะ ตัวอย่าง Search Engine ที่เป็นพันธมิตรของ Google ที่โฆษณาของเราไปปรากฏ เช่น AOL.com, Ask.com โดย search engine เหล่านี้มีคนเข้าไปใช้บริการในการค้นหาข้อมูลเป็นล้าน ๆ คนต่อวันเลยค่ะ  ส่วน search engine ที่เป็นพันธมิตรกับ Google ในไทยก็มี sanook.com เป็นต้นค่ะ

ซึี่งโฆษณาที่ปรากฏบน sanook.com อยู่เหนือผลการค้นหาตามปกติ เช่นเดียวกับเว็บไซต์ Ask.com เพราะฉะนั้นโอกาสที่คนจะคลิกผ่านโฆษณาของเรานั้นก็มีมากตามไปด้วยเช่นกัน

3. Content Network (เครือข่ายเนื้อหาของ Google)

นอกจากโฆษณาของเราจะปรากฏบนเว็บไซต์ Google และบน Search Engine ที่เป็นพันธมิตรแล้วโฆษณาของเรายังสามารถไปแสดงบนเว็บไซต์พันธมิตรของ Google ที่มีเนื้อหาเดียวกับโฆษณาของเราด้วย โดย Google จะเป็นผู้คัดเลือกและนำโฆษณาของเราไปแสดงบนเว็บไซต์เหล่านั้นให้เองโดยอัตโนมัติ เช่นถ้าเราทำโฆษณาเกี่ยวกับมือถือ Google จะดูว่าเว็บไซต์พันธมิตรเว็บใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับมือถือ ก็จะเอาโฆษณาของเราไปแสดงไว้บนเว็บไซต์นั้น ซึ่งคนที่กำลังสนใจเกี่ยวกับมือถือเมื่อเห็นโฆษณาของเราก็สนใจ และอาจจะคลิกผ่านโฆษณาของเราได้ ตัวอย่างเว็บไซต์พัธมิตรของ Google ได้แก่ About.com,Shopping.com เป็นต้น

ส่วนในประเทศไทยเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรกับ Google เช่น www.Bangkokpost.com เป็นต้น

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:

การตรวจสอบผลการทำ SEO

On ตุลาคม 20, 2009, in SEO, by suthamas
1

ในการตรวจสอบผลการทำ SEO นั้น มีด้วยกันหลายแบบ ซึ่งต่างกันไปตามเป้าหมายของการจัดทำ SEO ตั้งแต่เริ่มต้น เช่น หากคุณจัดทำ SEO เพื่อเพิ่มยอดขายแล้ว สิ่งที่จะต้องนำมาเปรียบเทียบคือ จำนวนคนเข้าเว็บไซต์ที่มาจากเสิร์ชเอ็นจิ้นต่าง ๆ กับยอดขายที่เปลี่ยนแปลง หรือหากทำ SEO เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก ก็อาจจะดูแต่ปริมาณการเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณในคีย์เวิร์ดต่าง ๆ เป็นต้น

หลายคนที่ไม่เคยสัมผัสกับเรื่องของโลกออนไลน์และ SEO มาก่อน อาจจะงงหรือสับสนว่าต้องดูข้อมูอะไรบ้าง เพื่อจะนำมาวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง โดยข้อมูลหลักๆ ได้แก่

  1. สถิติจำนวนผู้ใช้งาน
  2. สถิติแหล่งข้อมูลที่ส่งคนเข้าเว็บ (Referring Statics)
  3. สถิติการใช้คีย์เวิร์ดที่เข้ามาจากเสิร์ชเอ็นจิ้น (Referring Keywords)
  4. สถิติการแวะเวียนเข้ามาในเว็บของแมงมุมหรือ Bots
คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:

Google Webmaster Tools

On ตุลาคม 19, 2009, in SEO, by suthamas
0

สำหรับวิธีการเปิดใช้งาน webmaster tools ให้เข้าไปที่ www.google.com/webmasters/tools แล้วล็อกอินเข้าใช้งานได้เลย

วิธีการใช้งาน หลังจากล็อกอินแล้วให้เพิ่มเว็บไซต์ที่ต้องการเข้าไป ซึ่งเมื่อกดปุ่ม Add site เรียบร้อยแล้วทาง Google จะให้เราทำการ Verify Site เพื่อตรวจสอบความเป็นเจ้าของเว็บ ว่า้เราเป็นเจ้าของจริงหรือเปล่า โดยวิธีการ Verify Site ทำได้ 2 วิธี ดังนี้

  1. การเพิ่ม Meta Tag ซึ่ง Google จะให้เรานำโค้ดตัวนี้  ไปใส่ไว้ในหน้าเว็บ                                                                                               <meta name=”verify-v1″ content=”xxxxxxxxxxxxx” />
  2. การอัพโหลดไฟล์ googlexxxxxx.html                                                                                                                                                        ไฟล์นี้จะเป็นไฟล์ว่าง ๆ ไม่ต้องใส่เนื้อหาอะไรเลย โดยจะให้อัพโหลดไปไว้ที่ Root Directory ของเว็บไซต์ ซึ่งเรียกดูได้ด้วย url ดังนี้ http://www.yourwebsite.com/googlexxxxxx.html

นอกจากจะสามารถเพิ่ม sitemap ได้แล้วยังสามารถดูข้อมูลอื่น ๆ ไดเอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ลิงก์ที่มีอยู่ภายในเว็บไซต์, ลิงก์เข้ามายังเวบไซต์,มีคีย์เวิร์ดอะไรบ้างที่ติดอันดับอยู่ เป็นต้น ซึ่งเรียกง่าย ๆ ว่า มีข้อมูลมากมายที่สามารถดูได้ ซึ่งเหมาะสำหรับคนทำ seo ทั้งสิ้น

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:

ข้อห้ามและคำแนะนำ

On ตุลาคม 2, 2009, in SEO, by suthamas
0

ข้อแนะนำต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ควรรู้และเข้าใจเพื่อให้การปรับแต่งเว็บของคุณถูกกฎกับเสิร์ชเอ็นจิ้น และสามารถอยู่บนหน้าผลลัพธ์การค้นหาได้ไปนาน ๆ ซึ่งมักจะมีดังนี้

  • ระวังการซ่อนตัวหนังสือหรือลิงก์
  • ห้ามทำ cloaking หรือ รีไดเร็คหน้าเว็บแบบไม่ถูกต้อง
  • ห้ามใช้เทคนิคการสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ
  • ห้ามทำหน้าเว็บที่มีเนื้อหาไม่ตรงหรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดนั้น ๆ
  • ห้ามสร้างหน้าเว็บ, ซับโดเมน หรือเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาซ้ำซ้อนกัน
  • อย่าสร้างหน้าเว็บที่มีสคริปต์ที่เสี่ยงต่อผู้ใช้งาน
คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:

กราฟิกดีไซน์ หรือนักออกแบบเว็บไซต์ เป็นอีกหนึ่งฝ่ายที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดทำเว็บ และต้องเข้าใจในเรื่องของการทำ SEO ด้วย เพราะหลายครั้งที่ความต้องการของคนทำ SEO กับนักออกแบบเดินสวนทางกันโดยสิ้นเชิง นักออกแบบจะมีความต้องการให้เว็บไซต์มีความสวยงาม มีลูกเล่นน่าสนใจ ในขณะที่คนทำ SEO ต้องการเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือและมีหน้าเว็บที่เรียบง่ายเพื่อให้แมงมุมเข้าใจได้ง่าย

จนเกิดคำกล่าวที่ว่า “หากต้องการให้เว็บติดอันดับได้ อย่าเชื่อนักออกแบบ” และในทางกลับกันก็มีคำโต้มาจากนักออกแบบว่า “ถ้าต้องการให้เว็บสวยงามจงอย่าทำ SEO”

ต้นตอแห่งปัญหาที่เกิดขึ้น คือการไม่เข้าใจในเรื่องของการทำ SEO นั่นเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วหากนักออกแบบเข้าใจในเรื่องของการทำ SEO บ้าง ก็จะช่วยลดปัญหาลงได้

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:
Tagged with: