การทำ SEO จำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายด้วยว่าจะทำเพื่ออะไร ซึ่งหลัก ๆแบ่งได้เป็น

เพิ่มปริมาณคนเข้าเว็บ

: : : : :เพราะเมื่อมีคนเข้าเว็บจำนวนมาก หมายถึงโฆษณาต่าง ๆ ก็จะหลั่งเข้ามาเป็นเงาตามตัว หลายเว็บจึงหันมาแข่งขันกันทำ SEO เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าเว็บมากขึ้น ดังนั้นกลุ่มนี้จึงมักเป็นการทำ SEO ในระยะยาว

: : : : :การทำ SEO ในเว็บกลุ่มนี้จึงมักมีทางเลือกไม่มากนัก คือ ทางแรก ทำ SEO ให้ครอบคลุมกับเนื้อหาที่มีทั้งหมด หรือ ทางที่สองคือ หาคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูง ๆ  แล้วก็ทำหน้าเว็บ หรือทำเนื้อหาในกลุ่มนั้น ๆ ทันที

เพิ่มยอดขายสินค้าในเว็บไซต์

: : : : :สำหรับเว็บไซต์ที่ขายสินค้าและบริการแล้วนั้น การเพิ่มยอดขายจะสำคัญกว่าการเพิ่มปริมาณผู้ใช้งาน ซึ่งหลายครั้งเว็บไซต์เหล่านั้นพยายามทำ SEO ในเนื้อหาที่มีคนใช้งานเยอะ เพื่อเรียกคนเข้ามาในเว็บ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้สินค้าหรือบริการสามารถขายได้เพิ่มขึ้น ถ้าคนเหล่านั้นไม่ได้ต้องการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของคุณ ยอดขายก็คงไม่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

: : : : :การทำ SEO ด้วยการคัดหรือเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่และต้องทำเว็บให้ใช้งานง่าย และน่าเชื่อถือ

โปรโมทแบรนด์ สินค้า หรือผลิตภัณฑ์

: : : : :สำหรับการทำ SEO โปรโมทสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ควรทำให้ติดอันดับในช่วงที่สินค้านั้นเพิ่งเปิดตัวหรือกำลังได้รับความนิยม

: : : : :ดังนั้นการทำ SEO เพื่อให้ทันเวลาจำเป็นต้องมีการตระเตรียมอย่างน้อย 1 เดือนก่อนโปรเจคนั้นจะเริ่มต้น

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:

การวางแผนทำ SEO

On August 17, 2009, in SEO, by suthamas
0

แผนในการจััดทำ SEO แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

  1. แผนการจัดทำ SEO ในระยะสั้น (Short Term SEO)
  2. แผนการจัดทำ SEO ในระยะยาว (Long Term SEO)

แผนการจัดทำ SEO ในระยะสั้น (Short Term SEO)

สำหรับแผนการจัดทำ SEO ในระยะสั้นๆ นั้นจะเป็นในช่วงของระยะ 1-3 เดือน ในการดำเนินโครงการ หรืออาจจะไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งแผนนี้เหมาะสำหรับโปรเจคในเว็บบางประเภท เช่น

  • เว็บไซต์สำหรับโปรโมทภาพยนตร์, โปรโมทอัลบั้ม
  • เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ หรือ โปรโมชั่นเฉพาะกิจ เช่น ลดล้างสต๊อก แฟชั่นฤดูร้อน เป็นต้น
  • เว็บไซต์ประเภทอื่นที่ใช้ในช่วงสั้น ๆ หรือเฉพาะกิจอื่น ๆ

ซึ่งสำหรับแผนการตาดของคุณที่จะต้องทำในช่วง 1-3 เดือน หมายความว่า คุณจะต้องเริ่มทำ SEO ก่อนหน้าที่จะเริ่มโปรเจคอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป เพื่อให้เว็บไซต์สามาถที่จะขึ้นอันดับได้ทันช่วงเดียวกันกับโปรโมชั่นนั้นเริ่มต้น

แผนการจัดทำ SEO ในระยะยาว (Long Term SEO)

แผนในระยะยาวนั้น มักจะมุ่งหวังในกรจัดทำเว็บเพื่อธุรกิจออนไลน์อย่างจริงจัง ไม่ได้เน้นเพื่อการโปรโมทเพียงช่วงใดช่วงหนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับเว็บประเภท

  • เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ เช่น เสื้อยืด, หนังสือ เป็นต้น
  • เว็บไซต์ให้บริการ เช่น บริการจองโรงแรม, บริการออกแบบจัดทำเว็บไซต์ เป็นต้น
  • เว็บไซต์พอร์ทัลทั่วไป
  • เว็บอื่น ๆ ที่ไม่ได้จัดทำขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว เช่น เว็บไซต์บริษัท, องค์การ เป็นต้น

ซึ่งแผนในระยะยาวนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการติดตามและรักษาอันดับตลอดเวลา ซึ่งนั่นหมายความว่าหากต้องจ้างที่ปรึกษาในการทำ SEO แล้ว  คุณต้องใช้บริการ หรือ ติดต่อกับที่ปรึกษาเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอันดับไว้ให้ได้

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:

TrustRank คืออะไร

On August 11, 2009, in SEO, by suthamas
1

TrustRank หรือ อันดับความน่าเชื่อถือ

เป็นที่ทราบดีกันอยู่แล้วในหมู่นักทำ SEO หรือ Search Engine Optimizer ทั้งหลายเกี่ยวกับ PageRank ที่กูเกิลสร้างขึ้นมาเพื่อจัดอันดับให้คะแนนหน้าเพจหรือหน้าเว็บที่มีคุณภาพ แต่หลังจากที่นำระบบ PageRank ออกมาใช้งานซักพักก็พบว่ามีจุดอ่อนอยู่หลายแห่ง ทั้งในเรื่องของการโกง PageRank ด้วยการสร้าง Network Link ของตัวเองขึ้นมา แล้วจับเว็บที่มีอยู่ลิงค์กันเองเพื่อถ่ายเทคะแนน PageRank จึงทำให้ทางกูเกิลต้องพัฒนาสร้าง TrustRank ขึ้นมา เพื่อเอาชนะเหล่านักทำ SEO หัวใสทั้งหลาย โดยหลักการของการให้ TrustRank นั้น จะทำโดยพื้นฐานที่ว่า เว็บที่มีคุณภาพทั้งหลายจะไม่ยอมทำลิงค์ไปหาเว็บที่ไร้คุณภาพเป็นอันขาด ตรงจุดนี้ทางกูเกิลจึงทำการคัดเลือกเว็บไซต์ที่กูเกิลคิดว่ามีคุณภาพขึ้นมา เว็บไซต์ที่ได้รับเลือกจะมีค่า Trust Score ที่สูงมาก โดยเรียกเว็บไซต์เหล่านี้ว่า Seed Site สำหรับ Seed Site นั้นจะมีหน้าที่ส่งลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีคุณภาพเพื่อเพิ่มค่า Trust Score ให้เว็บไซต์เหล่านั้น หากเว็บไซต์ใดได้รับลิงค์แบบ DoFollow Link จาก Seed Site แล้ว จะทำให้เว็บไซต์นั้นๆได้ค่า Trust Score สูงตามไปด้วย แต่หากเราทำลิงค์ออกไปยังเว็บไซต์อื่นๆมากเกินไป ค่า Trust Score ที่เราได้ ก็จะรั่วไหลออกไปหาเว็บอื่นๆเช่นกัน ทำนองเดียวกัน หากเราได้ลิงค์จากเว็บไซต์ที่ได้รับค่า Trust Score จากเว็บ Seed site เราก็จะได้ Trust Score ด้วยเช่นกัน

และแน่นอนว่า TrustRank นั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเล่นๆแน่นอน มันจะถูกนำไปคำนวณเพื่อจัดอันดับการแสดงผลในกูเกิลด้วย และอาจจะมีน้ำหนักคะแนนที่สูงขึ้นเรื่อยๆต่อไปในอนาคต

สำหรับเว็บไซต์ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น Seed site จากกูเกิลนั้นเท่าที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปก็ได้แก่ เว็บไดเรคทอรีอย่าง Dmoz.org และ Yahoo Directory ถ้าเทียบจำนวนแล้วในโลกนี้มีเว็บเพียงไม่กี่แห่งที่ได้รับเลือกให้เป็น Seed site

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:

Googlebot

On August 10, 2009, in SEO, by suthamas
0

จริงๆ แล้วนั้น Robot ของ Google มีอยู่ด้วยกัน 3 ตัว และทำหน้าที่ที่แตกต่างกันไป

อันดับแรกคือ Googlebot ซึ่งจะเป็น Robot ตัวหลักของ Google ที่จะทำหน้าที่เก็บ indexes ของเว็บไซต์ต่างๆ โดยอาศัยการ Crawl
ไปตามลิ้งค์ต่างๆ ซึ่งเป็นตัวที่จะทำการสำรวจ ตรวจสอบเว็บไซต์ หลังจากนั้นจะส่งข้อมูล เข้า Data Centers ของ Google รวมทั้งส่งต่อให้ Google Deepbot มาทำการ Crawl หน้าเว็บอีกครั้งหนึ่ง เรียกได้ว่า เป็นการนำร่องมาสำรวจข้อมูล ก่อนส่งเจ้า Deepbot มาจัดการทำ Index อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

นอกจากนี้ Googlebot ยังทำหน้าที่ตรวจสอบหน้าเว็บ เนื้อหา ต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป และส่งข้อมูลต่อให้ Google Fleshbot ต่ออีกครั้ง เพื่อให้มาตรวจสอบ Content ใหม่ๆ ซึ่งโดยปรกติแล้ว Googlebot จะทำหน้าที่ตรวจสอบหน้าเว็บที่เปลี่ยนไป โดยมักจะส่งข้อมูลที่จำเพาะเจาะจงไป
เพื่อให้ Google Freshbot มาทำการ index หน้านั้นบ่อยๆ เท่าที่จะเป็นไปได้

ดังนั้น Googlebot จึงถือว่า เป็น Robot ตัวสำคัญของ Google เพราะเจ้า Googlebot ตัวนี้นั่นเอง ที่ทำหน้าที่ ค้นหาว่า หน้าเว็บมีลิ้งค์ไปยังที่ใดบ้าง มี keyword หรือ  Search term  อะไรบ้าง รวมทั้ง ยังเป็นตัวช่วยในการ คำนวณ PageRank อีกด้วย

ต่อมาคือ Google Deepbot จำทำหน้าที่เข้าไปทำการสำรวจ เว็บไซต์ ต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งโดยมาก มักจะเริ่มต้นในหน้าที่เจ้า Googlebot ได้เก็บข้อมูลไว้แล้ว มาทำการสำรวจต่ออย่างละเอียดนั่นเอง ดังนั้นในหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีลิ้งค์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นมา ที่มากเกินกว่าเจ้า Googlebot ได้เก็บไว้ ก็จะถูก Google Deepbot ลง ไปเก็บข้อมูลเพิ่มเติมด้วย และนั่นก็รวมทั้งข้อมูลที่เป็นไฟล์จำพวก pdf,doc,xls หรือแม้แต่ zip file ที่มีลิ้งค์ปรากฏอยู่ในหน้าเว็บนั่นเอง

สุดท้าย เจ้า Google Freshbot จะเป็น Robot ที่ค่อนข้างจะไวต่อการ crawl ไปตามหน้าเว็บต่างๆ หน้าเว็บที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในช่วงเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ นั่นเอง Google freshbot จะจำไว้ว่า หน้าเว็บไหนที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นประจำ หรือ เปลี่ยนแปลงบ่อย

นอกเหนือจากนี้ Googlebot มักจะแบ่งหน้าที่ในการทำ index หน้าเว็บบางหน้าให้กับ google freshbot ทำหน้าที่ index หน้าเว็บนั้นอีกด้วย หาก google พบว่า มีคนใช้ keyword บางคำบ่อยๆ เป็นจำนวนมาก และมีคนที่คลิกลิ้งค์ไป ยังหน้าที่ google แสดงเป็นจำนวนมาก google freshbot จะทำหน้าที่เข้ามาเก็บ index หน้านั้นอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ แต่ในขณะเดียวกัน หาก google freshbot ไม่สามารถทำการ index หรือ crawl หรือไม่พบหน้า page หลายครั้ง มันก็จะส่งข้อมูลกลับไป และปลด indexs ที่เก็บไว้ อย่างรวดเร็วเช่นกัน

google freshbot จะไม่ทำหน้าที่ซ้ำกับ Deepbot ในส่วนที่เก็บ index ของไฟล์ประเภทอื่นๆ เช่น pdf,doc หรือสรุปอย่างง่ายๆ ก็คือ นอกเหนือจาก text และ html

ซึ่งจุดหนึ่งที่น่าสนใจ และเป็นแนวทางในการทำ SEO นั่นคือ การที่ผู้ทำเว็บ จะต้องหมั่น Update content อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ แม้ ว่าบางครั้ง ในหน้าเว็บที่เป็น static การเพิ่มเติมลิ้งค์ หรือ ปรับปรุง content เก่าๆ ย่อมจะส่งผลให้ หน้าเว็บของคุณ ไม่ถูก ลดอันดับลงจากหน้าแสดงผลการค้นหาของ Google ด้วย

เพราะอย่างที่ได้เคยเอ่ยถึงไปแล้วว่า ถึงอย่างไรก็ตาม Google ยังคงให้ความสำคัญกับหน้าเว็บที่มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ เนื่องจาก Google เห็นว่ามันจะมีความหมายอะไร หากผู้ใช้งาน ค้นหาเจอหน้าเว็บที่ตายแล้ว นั่นเอง

คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:
Tagged with:
 

การสร้าง Back Link

On August 4, 2009, in SEO, by suthamas
5

การสร้าง Back Link (แบ็คลิ้งค์) คือ การสร้างลิ้งจากเว็บต่างให้ลิ้งมายังยังเว็บของเรา หากมีลิ้งกับมาที่เว็บของเรามากโอกาศที่โรบอทของ Search Engine ต่างๆจะกลับมายังเว็บของเราได้บ่อยขึ้น เพราะโรบอทจะทำการเก็บข้อมูลเว็บโดยการไต่ไปตามเว็บต่างๆไปเรื่อยๆ วิธีนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียกโรบอทแล้ว ยังทำให้โอกาศที่คนเข้ามาชมเว็บนั้นคลิกลิ้งมายังเว็บของเรามากขึ้นไปด้วย

ทั้ง นี้ลิ้งที่ Search Engine ต่างๆจะให้ความสำคัญและให้คะแนนกับลิ้งต่างๆ จะเน้นน้ำหนักไปที่ความเกี่ยวข้องของเนื้อหาในเว็บไซต์ กล่าวคือ หากเว็บไซต์เราเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแล้วมี Back Linkจากเว็บที่ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเช่นกัน จะทำให้ได้คะแนนเพิ่มขึ้น คะแนนก็จะนำไปรวมกับคะแนนจากข้ออื่นๆ เพื่อนำมาจัดอันดับการแสดงผลด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันมีเว็บที่ พยายามสร้างแบ็คลิ้งในลักษณะลิ้งขยะหรือสแปมลิ้งค์ โดยเข้าไปโพสลิ้งค์ของตนตามเว็บบอร์ดหรือช่องทางแสดงความคิดเห็นของเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อที่จะทำให้เว็บไซต์ของตัวเองมีBack Linkเป็นจำนวนมาก การทำเช่นนี้นั้นเป็นวิธีที่ Search Engine ห้ามไว้ หากมีการตรวจสอบพบลิ้งในลักษณะนี้มากๆ ทาง Search Engine อาจจะทำการ Deindex หรือตัดเว็บไซต์ออกจากระบบค้นหาไปเลยก็ได้ ซึ่งการถูก Deindex นี้ เป็นปัญหาสำคัญของการโฆษณาเว็บเลยทีเดียว
วิธีที่ดีที่สุดเราควรสร้าง Back Link โดยการไปขอ Back Link กับ เว็บต่างๆ หรือหากจะใช้วิธีการโพสตามเว็บบอร์ดแล้ว ควรโพสกับเว็บที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับเว็บของเราเท่านั้น การโปรโมทเว็บในระยะยาวต้องใช้เวลา เพราะหากเวลาผ่านไปจนเว็บเป็นที่รู้จักแล้ว คนที่เข้ามาชมในเว็บอาจสนใจในเนื้อหาของเราแล้วนำลิ้งของเราไปแบ็คลิ้งจาก ที่ต่างๆ มาให้เองก็ได้
คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:

ประโยชน์ของการทำ Google Adwords หรือ Pay Per Click

เมื่อเรารู้จักกับ Google Adwords หรือ Pay Per Click กันไปแล้วว่ามันคืออะไร และทราบถึงข้อดีในการทำ Google Adwords แล้วนะคะ ต่อไปเราจะมาดูประโยชน์จากการทำ Google Adwords กันบ้างว่ามีอะไร

  1. โฆษณาได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ ไม่ว่าลูกค้าของเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
  2. ทำให้มีคนรู้จักเว็บไซต์เรามากขึ้น
  3. เพิ่มโอกาสในการขาย และทำให้ผู้คนเข้าถึงธุรกิจได้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว
  4. ได้รับผลกำไรกลับคืนมาก แต่เสียค่าใช้จ่ายน้อย
  5. ไม่ต้องเสียเวลาในการปรับแต่งโครงสร้างของเว็บไซต์
  6. สามารถขยายตลาดให้ครอบคลุมทั่วโลกได้
คุณชอบบทความนี้มั้ย? ถ้าชอบโปรดช่วยกันแบ่งบัน:
Tagged with: