Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 03-09-2010
0
Link Tools
Backlink Checker
Backlink Checker คือ เครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบลิงก์ที่เข้ามายังเว็บไซต์เรา
Link Analyzer
Link Analyzer คือ เครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์การเชื่อมโยงของลิงก์ทั้งหมดภายในเว็บไซต์
Link Popularity Checker
Link Popularity Checker คือ เครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบจำนวนลิงก์ที่ลิงก์เข้ามายังเว็บไซต์เราว่ามีปริมาณเท่าไร
Multiple Backlink Checker
Multiple Backlink Checker คือ เครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบจำนวนลิงก์โดยสามามรถตรวจสอบได้ครั้งละหลายเว็บไซต์
Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 15-07-2010
0
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการเพิ่มเว็บของคุณเข้าสู่ Search Engine ต่าง ๆ
- ไม่ควรใช้ Method Get ที่มีพารามิเตอร์ &id=
ตัวอย่าง http://www.yordomain.com/?category=1&id=1
- ไม่ควรใช้ เฟรม Frame กับหน้าที่ต้องการให้ Search Engine นำไป Index
- ไม่ควรทำการโคลนนิ่ง หรือ คัดลอกเว็บเพจ หรือ เนื้อหาที่เหมือนกัน ไว้หลายๆ ที่ เพื่อหวังผลใดๆ
- ไม่ควรทำการรีไดเรค Redirect กับหน้าที่ต้องการให้ Search Engine นำไป Index
- ไม่ควรซ่อนตัวอักษรที่มองไม่เห็น และ ซ่อนลิ้งค์ ในเว็บเพจ
- หลีกเลี่ยงการใช้รูปภาพกราฟิค จำนวนมากๆ หรือ ไฟล์ แฟลช Flash ขนาดใหญ่
- ไม่ควรใช้ javascript ในการทำลิ้งค์ภายในเว็บไซต์
- หลีกเลี่ยงการใช้ เซสชั่น Session กับหน้าที่ต้องการให้ Search Engine นำไป Index
Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 13-07-2010
0
Google sitemap คือ “แผนที่เว็บไซต์” จะมีลักษณะเป็นลิ้งค์ที่เชื่อมโยงไปมาของเว็บไซต์ โดยจะระบุจำนวนลิ้งค์และการเชื่อมโยงลิ้งค์ของเว็บไซต์เราทั้งหมดที่มี เปรียบเสมือนการจัดโครงสร้างเอกสารภายในเว็บไซต์ ซึ่งจะเป็นป้ายบอกทางแก่ Robots นั่นเอง
Google sitemap จะแตกต่างกับ Sitemap (โครงสร้างหรือแผนผังของเว็บไซต์) ที่อยู่บนหน้าเว็บไซต์ Sitemap จะเป็นตัวกำหนดโครงสร้างภายในเว็บแบบคร่าวๆ ซึ่งจะไม่ระบุลิ้งค์ทั้งหมดที่มี จะบอกลักษณะของหมวดหมู่ และหัวข้อต่างๆ Google sitemap และ Sitemap จะคล้ายกัน แต่ที่แตกต่างกันก็คือ Sitemap จะช่วยเป็นป้ายบอกทางแก่ User ที่เข้ามาชมเว็บของเรา ส่วน Google sitemap นั้นจะเป็นป้ายบอกทางแก่ Robots นั่นเอง
Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 12-07-2010
0
Keyword Proximity เป็นตัววัดความใกล้กันของตัว text ใน keywords ซึ่งจะให้ผลดีที่สุดถ้า keyword ตัวนึงอยู่ต่อกับอีกตัวนึงพอดี (เช่น “dog food”), ที่ไม่มีคำอื่นใดไปแทรกกลางระหว่างมัน ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีคำว่า “dog” ในย่อหน้าแรกและ “food” ในย่อหน้าที่สาม Google ก็จะนับ keyword ให้เหมือนกันแต่ก็จะไม่ได้ให้น้ำหนักมากเท่า“dog food” ที่ไม่มีอะไรแทรกกลางเลย Keyword proximityจะเหมาะกับ keyword ที่มีคำมากกว่าสองคำอยู่ด้วยกัน
Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 06-07-2010
0
เก็บตัวเลขต่างๆ มากมายมาฝาก ทั้งอันดับเว็บไซต์ไทยและต่างประเทศ วันนี้ลองมาดู Keywords ยอดฮิตของคนไทยกัน ว่าวันๆ คนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตโดยส่วนมากแล้วจะหาคำว่าอะไรกัน
Keywords ที่แสดงให้เห็นนี้เป็น Top Daily 30 Keyword (จากข้อมูล Keyword ทั้งหมด นำมาแสดง 30 อันดับแรก ย้อนหลัง 7 วัน) โดยทาง Truehits.net ได้เก็บรวบรวมไว้

Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 06-07-2010
0
การที่เราจะเพิ่มบทความขึ้นมา แต่ละบทความนั้น สิ่งแรกที่เราต้องคำนึงถึง ในแง่ SEO หรือ SEM คือ Keyword
1.สร้างบทความขึ้นมาเพื่ออะไร
2.บทความนี้ Keyword อะไร
3.กลุ่มเป้าหมายคือใคร
4.อื่นๆ
ที่มา : sonthayaonline.com
Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 29-06-2010
0
Keyword Research
การวิเคราะห์หา Keyword ก่อนทำการโปรโมทเว็บไซต์ หรือก่อนที่จะเริ่มเขียนเนื้อหาลงในหน้าเว็บไซต์ เราควรหาข้อมูลของ keyword ที่เราต้องการใช้โปรโมทก่อนว่ามีคู่แข่งมากน้อยเพียงแค่ไหน สรุปคือหาความเป็นไปได้ของการจัดอันดับผลการค้นหาในเว็บ search engine ซึ่งอาจจะช่วยให้คุณลดเวลาในการค้นหาคู่แข่งของคีย์เวิร์ดต่างๆ ด้วยการหาเครื่องมือในการช่วยวิเคราะห์ก็ได้เช่นกัน การวิเคราะห์ค้นหาข้อมูลก่อนการเริ่ม ทำ SEO มีวัถุประสงค์หลายอย่าง เช่น
1. ประเมินคู่แข่งว่ามีเว็บไหนบ้างที่ติดอันดับใน Keyword นั้นๆ อยู่บ้าง
2. วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่เราจะทำให้ Keyword นั้นติดหน้าแรกได้หรือไม่
3. ระยะเวลาในการทำเหมาะสมกับ Keyword
4. วิเคราะห์หา Keyword ที่สอดคล้องหรือใกล้เคียงกันเพื่อให้ง่ายในการทำSEO
Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 20-05-2010
2
วิธีการดูว่า search engine อินเด็กเว็บเรากี่หน้าแล้ว
1. พิมพ์site:เว็บของคุณไม่มีwww.
ตัวอย่างเช่น site:seo.co.th
2.พิมพ์site:เว็บของคุณแบบมีwww.
ตัวอย่างเช่น site:www.seo.co.th
แล้วคุณจะพบจำนวนหน้าที่ search engine เข้ามาอินเด็กเว็บของเรา
Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 17-05-2010
0
คำแนะนำจาก Google ในการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาให้กับเว็บไซต์
1. ตั้งชื่อ Title ของหน้าเว็บว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า
การตั้งชื่อให้แต่ละหน้าเว็บนั้นทำโดยการใส่ข้อความใน tag <title> ที่อยู่ใน tag <head> ซึ่ง Google จะใช้ชื่อที่เราตั้งแสดงในผลการค้นหา
2. ใช้ Meta tag description ข้อความอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์
Meta tag description ใช้สำหรับใส่ข้อความบรรยายเว็บไซต์ด้วยประโยคสรุป อยู่ในส่วนของ tag <head> โดยคำอธิบายที่เราใส่ให้หน้าเว็บจะถูกนำมาแสดงในผลการค้นหาด้วยใต้ชื่อเว็บ หรือ title
3. การปรับปรุงโครงสร้าง URL ของเว็บ
ใช้คำที่ได้ใจความใน URL ที่ประกอบด้วยคำที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ไม่ควรเป็นค่าพารามิเตอร์และรหัส session ที่ไม่จำเป็น ไม่ใช้คำที่ไม่สื่อความหมาย เช่น page1.html
Posted by suthamas | Posted in SEO | Posted on 13-05-2010
0
ประเภทของ Keyword
keyword สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทดังนี้
1. Widely Keyword คือ keyword ที่มีความหมายกว้างและมักมีปริมาณการค้นหามาก เช่น ipod
2. Niche Keyword คือ keyword ที่มีความจำเพาะเจาะจงระบุถึงในตัวสินค้าหรือตลาด เช่น ipod nano 8gb silver ยิ่งระบุชัดมากก็ยิ่ง niche มากซึ่ง Niche Keyword อาจมีลักษณะของ Longtail Keyword ร่วมด้วย
3. Mass Keywords คือ keyword จำนวนมากที่เกี่ยวข้องในตลาดเดียวกันหรือสินค้าเดียวกัน เช่น ipod, ipod nano, apple ipod, ipod mini, ipod video เป็นต้น ซึ่งใน Mass Keywords อาจมี keyword ประเภทอื่นๆ อยู่ด้วยเนื่องจากมีปริมาณมาก
4. Blue ocean strategy keyword คือ keyword ที่มีคู่แข่งน้อยหรือไม่มีคู่แข่งเลย ซึ่งอาจมี keyword ประเภทอื่นๆร่วมด้วย เช่น Niche Keyword ที่มีคู่แข่งน้อยมาก
5. Misspelling Keyword คือ เป็น Keyword ที่มีการสะกดคำผิดหรือเขียนผิด เช่น iipod